อาการเมืองไทยไทยร้อนๆแบบนี้ หลายบ้านคงเสียค่าใช้จ่ายไปกับค่าไฟเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก และ

  1. การเลือกเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสม ให้เลือกเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพ ให้ความเย็นมากกินไฟน้อย โดยดูจากการกินไฟฟ้าเป็นวัตต์ หรือแอมป์ ให้เลือกที่มีค่าน้อย หรือดูจากค่า COP หรือ EER ค่ายิ่งสูงยิ่งดี
  2. ใช้เครื่องปรับอากาศให้ถูกต้อง ตั้งอุณหภูมิที่เหมาะสมไม่เย็นจัดจนเกินไป โดยปกติห้องนอนควรตั้งที่ 26 °C เพราะขณะนอนหลับ ร่างกายไม่ได้มีการเคลื่อนไหวมาก แต่ห้องที่ทำกิจกรรมมาก เช่น ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น และห้องอาหาร ตั้งไว้ที่ประมาณ 24 °C

– ควรติดตั้งเทอร์โมสตัทให้ใกล้กับคอยล์ของอีวาพอเรเตอร์ในตำแหน่งลมกลับเข้าเครื่อง เพื่อที่จะทำให้การตัดต่อเป็นไปอย่างถูกต้อง

– เริ่มต้นเปิดเครื่องให้ปรับระดับความเร็วพัดลมสูงก่อนเมื่อเย็นได้ที่แล้วให้ปรับลดไปเป็นลมต่ำ

– ห้ามนำสิ่งของรวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตกแต่งภายในบ้านไปวางทางลมเข้า ลมออกของคอนเดนซิ่งยูนิตเพราะจะทำให้เครื่องระบายความร้อนไม่ออก รวมถึงไม่ควรวางสิ่งกีดขวางหน้าเครื่องเป่าลมเย็นด้วย เพราะจะทำให้เครื่องทำงานหนักมากขึ้น

-ปิดเครื่องทุกครั้งหลังจากใช้งาน หากสามารถทราบเวลาที่แน่นอน ควรตั้งเวลาการทำงานไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เครื่องหยุดเองโดยอัตโนมัติ

  1. ลดความร้อน ความชื้นจากภายนอกและภายในห้อง

-เปิดหลอดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ภายในห้องเฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการใช้งาน และปิดทุกครั้งเมื่อใช้งานเสร็จ เพราะหลอดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าบางชนิด จะมีความร้อนออกมาขณะเปิดใช้งาน จะทำให้อุณหภูมิภายในห้องสูงขึ้น

-อุปกรณ์ที่ให้ความร้อนมากควรใช้นอกห้อง เช่น เตารีด เครื่องปิ้งขนมปัง หรือกาต้มน้ำ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ให้ติดตั้งฝาครอบระบายอากาศสำหรับเครื่องหุงต้มทุกชนิด

– ช่วงที่ไม่ได้ใช้ห้องหรือก่อนจะเปิดเครื่องปรับอากาศประมาณ 2 ชั่วโมง ควรเปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ภายนอกเข้ามาแทนที่อากาศในห้อง จะช่วยลดกลิ่นต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมระบายอากาศเพราะจะทำให้เครื่องปรับอากาศของเราทำงานหนักขึ้น

– ควรปิดประตูหน้าต่างให้สนิทขณะใช้งานเครื่องปรับอากาศ เพื่อป้องกันมิให้ อากาศร้อนจากภายนอกเข้ามา อันจะทำให้เครื่องต้องทำงานมากขึ้น

– ไม่ปลูกต้นไม้ หรือตากผ้าในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศเพราะความชื้นจะทำให้เครื่องต้องทำงานหนักขึ้น

4.ให้ใส่ฉนวนกันความร้อนที่ตัวบ้าน วิธีนี้ต้องลงทุนหน่อย  โดยให้ติดฉนวนที่เพดาน ติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่หลังคาบ้าน หรือติดตั้งกระจก 2 ชั้นเพื่อช่วยลดความร้อนจากแสงอาทิตย์

  1. บำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศสม่ำเสมอ

-หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุก  2 สัปดาห์ เพื่อที่จะช่วยให้เครื่องสามารถจ่ายความเย็นได้อย่างเต็มที่ตลอดเวลา

– หมั่นทำความสะอาดแผงท่อทำความเย็นด้วยแปรงนิ่ม ๆ และน้ำผสมสบู่เหลวอ่อนๆ ทุก 6 เดือน

– ให้ทำความสะอาดพัดลมที่ทำหน้าที่ส่งลมเย็น เพื่อขจัดฝุ่นละอองที่จับกันเป็นแผ่นแข็งและติดกันอยู่ตามซี่ใบพัดทุกๆ 6 เดือน จะทำให้พัดลมส่งลมได้เต็มที่

– ให้ทำความสะอาดแผงท่อระบายความร้อน ทุก ๆ 6 เดือน เพื่อช่วยให้เครื่องสามารถนำความร้อนภายในห้องออกไปทิ้งให้แก่อากาศภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

– หากเครื่องไม่เย็นเพราะสารทำความเย็นรั่วให้รีบตรวจหารอยรั่วและแก้ไขโดยเร็ว

– ให้ตรวจสอบฉนวนหุ้มท่อสารทำความเย็นอย่างเป็นประจำ อย่าให้เกิดฉีกขาด

-ติดต่อช่างบริการที่สามารถเชื่อถือได้เพื่อให้ตรวจสอบเครื่องอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

Related posts: