ตอนนี้ก็เริมเข้าสู่ฤดูฝนกันแล้ว ปัญหาของแอร์ก็ชอบมาหาเราในหน้าฝน จะดูแลแอร์ ของเราอย่างไรให้อยู่กับเราไปนานๆ ให้ผ่านฝนนี้กันนะ วิธีการก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย ติดตามได้ทางบทความด้านล่างนี้กัน

เมื่อฤดูฝนมาถึงจะทำให้ฝนสร้างความชื้นภายนอกไว้สูงมาก การที่ฝนตกมากๆ จะทำให้เกิดปัญหาแรกกับแอร์ของเราเลย คือ ความชื้นจากฝนที่อยู่ถายนอกเข้าไปสัมผัสกับระบบไฟภายในของแอร์ ถ้าหากแอร์ของเราโดนความชื้นเล็ดลอดเข้าไปภายในตัวแอร์จนสัมผัสเข้ากับแผงวงจรหรือสายไฟภายในอาจทำให้แอร์ของเรานั้นซ็อต เสียหายได้ทันที ดังนั้นการดูแลแรกคือ ดูว่าแอร์ของเรายังคงมีสภาพดีหรือไม่ สภาพของคอยล์ร้อนเป็นอย่างไร ฝาปิดผนังด้านนอกมีการผุพังเป็นรูบ้างหรือไม่ หากมีแนะนำให้เรียกช่างมาช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ก่อนที่แอร์ของเราจะเสียหายมากไปกว่านี้

ความชื้นภายในอาคารก็เป็นปัญหาให้กับแอร์บ้านของเราไม่แพ้ความชื้นภายนอกอาคารกันเลย ความชื้นภายในอาคารทำให้แอร์ของเราทำงานหนักขึ้น และกินไฟมากขึ้นด้วย การที่มีความชื้นสูงทำให้แอร์ต้องควบแน่นความชื้นในอากาศเป็นน้ำทิ้งออกมาตามท่อแอร์ด้านนอก การที่มีหยดน้ำที่ควบแน่นมากจนทำให้แอร์ตรงที่เป็นบริเวณแผ่นกรอง ท่อน้ำทิ้ง และรางน้ำทิ้งมีความชื้นจากการที่ระบายน้ำออกไปไม่หมด นั่นจึงทำให้แบคทีเรียและเชื้ราเติบโตได้ดี ส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้ใช้แอร์อย่างเราเพราะแอร์จะกลายเป็นแหล่งบ่มเพาะเชื้อโรคต่างๆ เช่น โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ การดูแลและป้องกันแอร์ในช่วงหน้าฝนนี้จึงควรนำแผ่นกรองนั้นมาล้างทำความสะอาด พร้อมเช็ดให้แห้งอยู่บ่อยครั้งด้วย ควรจะถอดรางน้ำทิ้งออกมาทำความสะอาดบ้างเป็นครั้งคราว

การติดตั้งแอร์โดยทั่วไปแล้ว ตั้งแต่ครั้งแรกช่างมักจะมีการติดตั้งไว้ให้ และมักมีการแยกเบรกเกอร์ของตัวแอร์กับระไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เมื่อเข้าหน้าฝนปรากฎการณธรรมชาติที่พบได้บ่อยๆ เลยคือ ฟ้าผ่า หากมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นจึงทำให้ไม่กระทบกับระบบไฟอื่นๆ ภายในบ้าน แต่ถ้าหากใครยังไม่แน่ใจว่าติดตั้งสองส่วนนี้ไว้หรือยังก็ควรที่จะเรียกช่างมาดู และหากพบว่าไม่มีสองส่วนนี้ก็ควรติดตั้งไว้ด้วย

สิ่งที่อยากแนะนำเพิ่มเติมก็ คือ หากมีเหตุการณ์ไฟตกหรือไฟดับ ก็ให้สับเบรกเกอร์ไว้ก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้กระแสไฟไหลเกินเข้ามา ถ้าหากกระแสไหลเข้ามามากเกินไปอาจทำให้แอร์ของเราเกิดความเสียหายได้

Related posts: