ไม่ว่าใครๆ ที่มีบ้านหรือที่อยู่อาศัยก็ต้องการที่จะทำมันให้ดูดีดูใหม่อยู่ตลอดเวลา สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้บ้านเรือนของเราดูดี ดูสวยงามอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือการทาสีทาบ้านให้ดูสดใหม่อยู่เสมอ แต่แล้วเมื่อเราอยู่ไปนานๆ เราก็พบปัญหาเข้า สีทาบ้านของเราเริ่มซีด ในที่สุดบ้านของเราก็กลับมาหมองคล้ำไม่น่าอยู่อีกครั้ง วันนี้เรามีวิธีการทาสีทาบ้านมาฝาก ในชนิดที่แบบว่าทาแล้วอยู่ได้นานกว่าเดิม ว่าแล้วเราก็ไปอ่านกันเลยว่าเทคนิคนั้นมีอะไรบ้าง
มาเริ่มที่อย่างแรกเลย คือ การเลือกสี เราต้องเลือกสีที่มีคุณภาพซึ่งราคาอาจจะแพงหน่อย ซึ่งแน่นอนว่าคุณภาพของสีทาบ้านจะขึ้นอยู่กับราคาที่แพงขึ้น ซึ่งข้อมูลตรงนี้เราก็ปรึกษาช่างทาสีได้เลยว่าสีแบบไหนเหมาะกับบ้านของเรา เหมาะกับภูมิอากาศที่บ้านเราตั้งอยู่มากที่สุด ตรงนี้ช่างทาสีจะให้ข้อมูลได้ตรงจุดเพราะพวกเขามีประสบการณ์ด้านสีทาบ้านเยอะกว่าพวกเราแน่นอน
และเมื่อเราได้เลือกสีทาบ้านมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็อย่าเพิ่งรีบร้อนทาบ้านโดยทันที โดยให้เราทำการเตรียมพื้นผิวที่จะทากันก่อน การที่พื้นก่อนทาสีนั้นมีรอยขรุขระ สกปรก จะทำให้สีที่ทาลงไปบนผนังนั้นไม่เรียบเนียนและสวยงาม การเตรียมพื้นผิวก็ทำได้โดย เช็ดทำความสะอาดฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ ออกด้วยน้ำสบู่หรือน้ำสะอาด เมื่อทำการนำสิ่งสกปรกเหล่านี้ออกจนเสร็จแล้วจึงใช้น้ำสะอาดล้างอีกครั้ง โดยให้พื้นผิวที่จะทามีความเรียบเนียนมากที่สุด หากที่ผนังมีตะไคร่น้ำก็ต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาด หรือเป็นผนังเดิมที่สีเก่าหลุดร่อนก็ควรขัดล้างสีเก่าให้หมดก่อน จากนั้นก็รอให้ผนังแห้งก่อน
เมื่อเรารอจนผนังเริ่มแห้งแล้ว ให้เราทำการลงสีรองพื้นไปก่อนเพื่อป้องกันการทำปฏิกิริยากับผนังและการทาสีรองพื้นผนังก่อนจะทาสีลงไปทับหน้านั่นจะช่วยให้สียึดเกาะได้นานยิ่งขึ้น
สำหรับพื้นผิวเป็นปูน ต้องดูก่อนว่าการเลือกสีรองพื้นควรเลือกแบบไหน โดยใช้เลือกตามชนิดความเก่า-ใหม่ของผนัง ถ้าเป็นผนังเก่าก็เลือกใช้สีรองพื้นสำหรับผนังเก่า ถ้าเป็นผนังใหม่ก็ให้เลือกสีรองพื้นสำหรับผนังใหม่
สำหรับพื้นผิวเป็นไม้ ก็ควรเลือกสีรองพื้นสำหรับพื้นไม้
เมื่อเสร็จขั้นตอนการทาสีรองพื้นแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการทาสีทับหน้า โดยการทาสีทับหน้านั้นควรทาซ้ำ 2-3 ชั้น โดยควรเว้นระยะเวลาการทาสีด้วย โดยรอให้ชั้นที่ทาไปก่อนหน้านั้นแห้งก่อน แล้วจึงค่อยทาชั้นต่อไปลงทับ
เพียงง่ายๆ แค่นี้ก็ทำให้การทาสีทาบ้านครั้งต่อๆ ไป อยู่ได้นานขึ้นแล้ว

Related posts: