รังสีอินฟาเรด  (Infrared) เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นรังสีความร้อน ซึ่งรังสีอินฟาเรดนี้ก็เป็นคลื่นชนิดเดียวกับคลื่นแสงที่เราสามารถเห็นได้ด้วยตาเล่า เพียงแต่รังสีอินฟาเรดนั้นไม่สามารถจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แสงสีแดงจะเป็นแสงที่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั้นมีความยาวคลื่นยาวมากที่สุดในช่วงของแสงขาวหรือช่วงของแสงที่ตาเรามองเห็นได้ ทำให้แสงสีแดงเป็นแสงที่มีพลังงานที่ต่ำที่สุดในช่วงแสงขาว แต่รังสีอินฟาเรดนั้นเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นที่ยาวกว่าแสงสีแดง และความถี่ที่ตามนุษย์นั้นไม่สามารถมองเห็นได้ กล้องวงจรปิดจึงอาศัยรังสีอินฟาเรดในการจะทำให้กล้องวงจรปิดนั้นสามารถจะจับภาพในที่ที่มืดสนิทได้นั่นเอง และรังสีอินฟาเรดยังมีคุณสมบัติคือไม่เบี่ยงเบนในสนามแม่เหล็กที่แตกต่างกันอีกด้วย

โดยทั่วไปของเลนส์ในกล้องวงจรปิดแบบปกติจะมีเลนส์ที่เป็นแก้วหรือเป็นพลาสติก แต่ถ้าเป็นกล้องที่มีอินฟาเรดเลนส์ของมันจะเป็นวัสดุพิเศษที่ไม่เหมือนกับเลนส์ของกล้องวงจรปิดทั่วไปที่เป็นแก้วหรือเป็นพลาสติก แต่เลนส์ของกล้องวงจรปิดอินฟาเรดจะเป็นเลนส์ที่ทำจาก เจอร์แมนเนียม(Germanium) ซึ่งเป็นวัสดุที่สามารถจะส่งผ่านรังสีอินฟาเรดเข้าไปได้ ทำให้เราสามารถที่จะมองเห็นภาพจากตอนกลางคืนได้แม้จะมืดสะนิดก็ตาม เพราะวัสดุทุกชนิดจะมีรังสีอินฟาเรดสะท้อนออกมาเนื่องจากการปล่อยออกไปของรังสีอินฟาเรดจากกล้อง ส่วนเหตุผลที่เลนส์ที่ทำจากแก้วหรือพลาสติกไม่สามารถใช้คุณสมบัติของการที่สามารถมองเห็นในที่มืดของรังสีอินฟาเรดได้เพราะว่าแก้วและพลาสติกนั้นไม่สามารถที่จะส่งผ่านรังสีอินฟาเรดเข้าไปได้นั่นเอง และเนื่องจากเจอร์แมนเนี่ยมเป็นวัตถุดิบราคาแพง นั่นจึงเป็นเหตุผลให้กล้องวงจรปิดที่มีรังสีอินฟาเรดต้องมีราคาแพงไปด้วย

กล้องวงจรปิดอินฟาเรดเป็นกล้องที่มีการปล่อยรังสีอินฟาเรดออกไปเมื่อกล้องพบว่ามีปริมาณแสงที่น้อยเกินไป โดยเมื่อหลอดอินฟาเรดเริ่มทำงานแล้วภาพก็จะถูกแปลงเป็นภาพขาวดำ

ส่วนในเรื่องของการติดตั้งกล้องวงจรปิดอินฟาเรดนั้นควรจะติดตั้งในสถานที่ที่มืดสนิท แต่หากเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้มืดสนิทมากนัก โดยยังพอมีแสงสว่างอยู่บ้างสักหน่อยก็ให้ติดตั้งเป็นกล้องชนิด Day & Night  ซึ่งจะเป็นกล้องวงจรปิดที่มีความเหมาะสมมากกว่ากล้องวงจรปิดแบบอินฟาเรด แถมยังให้ความละเอียดและข้อมูลภาพที่ดีกว่าอีกด้วย

ทางผู้เขียนเองก็หวังว่าผู้อ่านเองจะได้ความรู้เกี่ยวกับรังสีอินฟาเรดและกล้องวงจรปิดแบบมีอินฟาเรดไปไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งข้อมูลด้านบนอาจเป็นประโยชน์ในการเลือกซื้อกล้องวงจรปิดได้ในอนาคตด้วย

Related posts: