สวัสดีทุกท่าน วันนี้ บริการ ซ่อมแอร์เชียงใหม่ เรามีบทความดีๆเกี่ยวกับการใช้แอร์อย่างไรให้ประหยัดไฟมาเล่าให้ฟัง

ใกล้เข้าสู่ฤดูร้อนในบ้านเรากันครั้ง หลังจากปีนี้ฤดูหนาวที่ผ่านมาทำเอาเราหลายๆเป็นหวัดกันเลยทีเดียว แต่ก็ไม่วายจะต้องร้อนระอุในบางช่วงบางวัน จะให้หนีอากาศร้อนได้อย่างไรครับ ในเมื่อเมืองไทยเป็นเมืองร้อน ตั้งอยู่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตร ฤดูร้อนก็คงจะเป็นฤดูหลักไป ส่วนฤดูฝนและฤดูหนาวก็เป็นเพียงแค่ลมพัดผ่านสั้น ๆ ในแต่ละปี ยิ่งในตอนนี้สภาวะอุณหภูมิโลกเราสูงขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าเราจะต้องต้องเจออากาศที่ร้อนเพิ่มขึ้นทุกๆปี การติดตั้งเครื่องปรับอากาศในบ้านจึงเป็นการแก้ปัญหาอากาศร้อนที่หลาย ๆ คนขาดไม่ได้ แม้ว่าจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายและเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าก็ตาม จึงขอแนะนำวิธีใช้แอร์อย่างประหยัดค่าไฟฟ้ามาฝากกันครับ

  1. เครื่องปรับอากาศต้องประหยัดไฟเบอร์ 5

จากสถิติการใช้ไฟฟ้าหลาย ๆ ปีจะพบว่าช่วงเดือนเมษายนจะเป็นช่วงเวลาที่เมืองไทยใช้พลังงานไฟฟ้ามากที่สุด เพราะเป็นเดือนที่บ้านเราอากาศร้อนแบบสุดๆ สถิตินี้สะท้อนให้เห็นแล้วว่าเมืองไทยใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อสร้างความเย็นให้ที่อยู่อาศัยมากเป็นอันดับต้น ๆ การเลือกแอร์ที่ประหยัดไฟ จึงเป็นปัจจัยแรกที่ควรนึกถึงทุกครั้งที่เลือกซื้อ เป็นที่ทราบกันดีว่า ฉลากไฟเบอร์ 5 เป็นระดับความประหยัดไฟฟ้าสูงที่สุดออกโดยกระทรวงพลังงาน และจะมีตรากระทรวงประทับอยู่บนฉลากเสมอ แอร์ประหยัดไฟเบอร์ 5 จึงเป็นแอร์ที่ได้รับการนิยมเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อเลือกซื้อแอร์ติดตั้งภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นแอร์แบบแขวน แอร์ติดผนัง หรือแอร์เคลื่อนที่

  1. ติดตั้งแอร์ในตำแหน่งที่เหมาะสม

เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ สำหรับตำแหน่งการติดตั้งแอร์ เพราะหากอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วจะสามารถลดค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนได้ ตำแหน่งที่เหมาะสมในการติดตั้งแอร์ FCU  ในบ้านมีดังนี้

-ติดตั้งในบริเวรที่สามารถกระจายลมได้ทั่วถึงทั้งห้อง ไม่มีสิ่งกีดขวาง หลีกเลี่ยงการติดตั้งในมุมอับ

-หลีกเลี่ยงการติดตั้ง FCU ใกล้กับประตู หน้าต่าง หรือพัดลมดูดอากาศเพราะจะทำให้อากาศเย็นภายใน โดนความร้อนภายนอกไหลเข้ามาแทนที่ได้ง่าย

– อย่าติดชิดผนังที่รับแดดจัด เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนัก

  1. เลือกขนาดของแอร์ให้พอดีกับพื้นที่ภายในห้อง

สำหรับค่า BTU (British Thermal Unit) เป็นหน่วยวัดปริมาณความร้อน โดยเครื่องปรับอากาศจะใช้หน่วยวัดพลังเป็น BTU/hr.  เช่น เครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 BTU/hr. :ซึ่งหมายความว่าเครื่องปรับอากาศเครื่องนี้สามารถที่จะดูดความร้อน BTU ภายในหนึ่งชม. เครื่องปรับอากาศแต่ละรุ่นจะมีค่า BTU ที่ต่างกันไปเริ่มที่ 9,000-80,000 BTU ซึ่งถือเป็นค่าสูงสุด การเลือกขนาด BTU ตามความเหมาะสม

  1. ตั้งอุณหภูมิให้พอเหมาะ

โดยปกติแล้วเรามักจะเข้าใจว่าอุณหภูมิภายในห้อง ที่รู้สึกสบายนั้น จะอยู่ที่ 25-26 องศา หากเกินนี้จะรู้สึกร้อนเกินไป แต่หากลองเลือกเปิดแอร์ด้วยอุณหภูมิ 28-30 องศา แล้วใช้เปิดพัดลมเข้าช่วยเพื่อเพิ่มความเร็วลมในห้อง เราจะยังรู้สึกเย็นสบายอยู่เช่นเดิมแถมยังช่วยประหยัดพลังงานได้มาก เพราะเครื่องปรับอากาศจะถูกทำงานเบาน้อยลง  แต่ถ้าหากเป็นช่วงเวลานอนควรตั้งอุณหภูมิไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 28 องศา เพราะช่วงเวลาที่เราหลับร่างกายจะไม่สามารถปรับอุณหภูมิตามสภาพอากาศได้จึงจำเป็นที่จะต้องตั้งอุณหภูมิที่สูงไว้

  1. เครื่องใช้ไฟฟ้า เอามันออกไป

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำ เช่น ตู้เย็น,เครื่องทำน้ำร้อน,หม้อหุงข้าว,เครื่องชงกาแฟ เป็นต้น  รวมทั้งการเปิดไฟมากเกินความจำเป็น คือสาเหตุใหญ่ๆเลยที่ที่ทำให้อุณหภูมิห้องสูงขึ้นและจะทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้นด้วย ดังนั้นชิ้นไหนไม่จำเป็นจริงๆ ควรนำออกจากห้องและควรเปิดไฟแต่พอดี เพื่อให้ห้องเย็นสบาย

  1. งดกิจกรรมทำความร้อน

อาทิ เช่นการสูบบุหรี่ภายในห้องปรับอากาศ การสูบบุหรี่ในห้องปรับอากาศ จะต้องมีการเปิดพัดลมระบายอากาศเพื่อระบายควันและกลิ่นออกจากห้อง การถ่ายอากาศในห้องออกจากห้อง และปล่อยให้อากาศนอกห้องเข้ามาทดแทนจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักมากยิ่งขึ้น เพี่อปรับอุณหภูมิภายในห้องให้เย็นเหมือนเดิม

  1. สวมใส่เสื้อผ้าสบาย

เคยสังเกตกันบ้างใช่ไหมครับ ออฟฟิศบางแห่งตั้ง อุณหภูมิห้องไว้ที่ 20 องศาแล้วบางท่าน ต่างโหมประโคมใส่เสื้อผ้าชุดกันหนาวหนาๆกัน บ้างก็ใส่เสื้อสูทตัวหนาเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้น เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีมาก ๆ เพราะเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ เราสามารถลดอุณหภูมิให้อยู่ที่ 25 องศาแล้วใส่เสื้อผ้าสบายๆ  ในบ้านก็เช่นกันหากเลือกใส่เสื้อผ้าที่สบาย ๆ แล้วเราตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 28 องศา จะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าไปอีกแรง

  1. ผ้าม่านช่วยกันแสง

ไม่ใช่แค่ความสวยงามเท่านั้น ผ้าม่านยังทำหน้าที่กันความร้อนอีกชั้นไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ภายในบ้าน โดยทั่วไปแล้วม่านหน้าต่างจะติด2ชั้น โดยชั้นแรกจะเป็นม่านกรองแสงที่ช่วยบังตาจากภายนอก ส่วนอีกชั้นจะเป็นผ้าม่านหนาซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างความงามของบ้านแล้ว ม่านหนานี้ยังทำหน้าที่กันแดดและความร้อนจากภายนอกไม่ให้เข้าสู่ภายในห้องโดยตรง ปัจจุบันผ้าม่านมีวิธีการผลิตมากมายทั้งเก็บความเย็นภายในบ้าน ป้องกันแสง และอายุการใช้งานก็คงทนลวดลายคงอยู่ยาวนานด้วย

  1. ธรรมชาติช่วยเราได้

ที่สุดแล้วคนเราคงหนีธรรมชาติไม่พ้น ต้นไม้เป็นอีกสิ่งมีชีวิตบนโลกที่ช่วยเราได้หลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอากาศที่บริสุทธิ์ ให้ความร่มรื่น แถมยังช่วยบังความร้อนจากแสงอาทิตย์ หากมีต้นไม้ปลูกรอบ ๆ บ้านแล้ว จะช่วยให้เราลดการใช้เครื่องปรับอากาศได้มาก หากบ้านไหนมีต้นไม้ใหญ่ปลูกเป็นสวนร่มรื่นด้วยแล้ว แทบไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศกันเลยทีเดียว และวิธีนี้เป็นทางออกที่นอกจากจะช่วยให้บ้านเย็นแล้ว ยังช่วยให้อุณหภูมิโลกเราเย็นลงอีกด้วย

10.หมั่นบำรุง ซ่อมแอร์ ทำความสะอาดแผงฟิวเตอร์อาทิตย์ละครั้ง

เพื่อช่วยไม่ให้ฝุ่นเข้าไปเกาะ จนทำให้ตัวเครื่องทำงานหนักจนเกินไป แค่นี้เราก็จะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากๆ เลยทีเดียว

Related posts: