การล้างแอร์นั้นเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง ยิ่งล้างบ่อยก็จะยิ่งดี โดยการค่อยๆ ล้างเฉพาะส่วนที่เราทำได้ง่ายๆ อยู่บ่อยๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และควรมีการล้างใหญ่อยู่ทุกๆ 3 เดือน แต่ในกรณีที่บางคนไม่ค่อยจะมีเวลาล้างแอร์ในความถี่ 3 ครั้งต่อเดือน ก็อาจจะต้องอาศัยการสังเกตุต่อไปนี้ว่าแอร์ของเรานั้นถึงเวลาควรล้างแล้วหรือยัง เพราะตัวเลขของระยะเวลาที่ควรล้างแอร์นั้นความจริงก็ไม่แน่นอนเสมอไป ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานที่ที่คุณอาศัยอยู่ด้วย

การที่เราจะสังเกตุว่าเราควรล้างแอร์ตอนไหนนั้น อาจจะไม่ได้มีการสังเกตุที่ความสกปรกของตัวแอร์ หรืออาการของแอร์โดยตรง แต่เราจะดูจากลักษณะการใช้งานของแอร์ และสถานที่ที่คุณอยู่นั่นเอง โดยสังเกตุได้ดังนี้

  1. ข้อมูลแรกที่ต้องทำการพิจารณาและสังเกตุแอร์ของเราเลยคือ การเปิดใช้งานของแอร์ตัวนั้น นั่นหมายความว่ายิ่งเราเปิดใช้งานแอร์ตัวนั้นบ่อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องทำความสะอาดแอร์อยู่บ่อยๆ เท่านั้น เพราะเนื่องจากการทำงานของแอร์นั้นมาจากการหมุนเวียนอากาศมาใช้อยู่เรื่อยๆ ทำให้มีฝุ่นละอองต่างๆ ที่มาปะปนไปกับอาศนั้นจะเข้าไปหมักหมม ยิ่งใช้เยอะ ก็ยิ่งมีการหมักหมมอยู่เยอะ ดังนั้นยิ่งปล่อยไว้นานฝุ่นละอองที่สะสมตัวอยู่นี้จะเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนอาจส่งผลให้แอร์ของคุณต้องทำงานหนักขึ้น เมื่อแอร์ต้องทำงานหนักขึ้นก็ทำให้กินไฟเยอะขึ้นไปด้วย
  2. อีกข้อที่ต้องสังเกตุก็ คือ การสังเกตุว่าเรามีสถานที่ที่อยู่อาศัยอยู่บริเวณไหน ยิ่งถ้าเราอยู่ติดถนนการที่แอร์ได้รับฝุ่นควันจากท้องถนนย่อมมีมากกว่าการที่บ้านของเราไม่ได้อยู่ติดถนน ควรสังเกตุว่าเราอยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นควันเยอะหรือไม่ เช่น บริเวณที่มีการก่อสร้าง บริเวณที่มักมีการเผาที่เพื่อทำการเกษตร เป็นต้น แต่ในบางทีเราอาจไม่รู้ตัวถึงปริมาณฝุ่นควันเหล่านี้ที่มีอยู่รอบตัว อาจให้สังเกตุที่บริเวณด้านหลังคอยล์ร้อน หากเริ่มมีฝุ่นมาจับก็ควรที่จะล้างแอร์ทันที ไม่ควรที่จะปล่อยไว้จนมันอุดตัน
  3. หากคุณมีสัตว์เลี้ยงไว้เลี้ยงอยู่ในห้องแอร์ด้วยละก็ นั่นก็ต้องเป็นเหตุผลหนึ่งที่คุณต้องล้างแอร์บ่อยขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตามการล้างแอร์นั้นมีผลดีต่อผู้ใช้แอร์อย่างเรามาก ทั้งเรื่องของการที่ประหยัดค่าไฟ และการช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์ เราควรจะล้างแอร์บ้างเมื่อมีโอกาส อย่าปล่อยให้ฝุ่นละอองเหล่านี้อุดตันในแอร์ของเรามากเกินไป เพราะไม่ใช่แค่มันจะส่งผลเสียในเรื่องของการกินไฟหรืออายุการใช้งานที่สั้นลง แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราอีกด้วย

 

 

Related posts: