สำหรับใครที่ซ่อมแอร์แล้วอาจเกิดปัญหาที่ว่าเราเห็นว่าน้ำยาแอร์รั่วมาจากตรงนั้น รั่วมาจากตรงนี้ แต่พอจะซ่อมแล้วกลับหารอยรั่วไม่เจอ อ้าว เมื่อหารอยรั่วไม่เจอก็ซ่อมไม่ได้ ตอนแรกก็อาจจะอยากซ่อมเอง เมื่อเกิดปัญหาแบบนี้ก็ต้องตามช่างมาซ่อมอีกแล้ว วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ ในการหารอยรั่วที่เราหากันไม่เจอ ติดตามได้ในบทความด้านล่างนี้เลย

การที่เราหารอยรั่วไม่ได้นั้นส่งผลให้เราต้องเสียเวลามากขึ้นไปอีก แน่นอนว่าต้องดีกว่าอยู่แล้วถ้าเราจะมีวิธีการหารอยรั่วได้อย่างรวดเร็ว เพราะจะได้ช่วยประหยัดเวลาในการหารอยรั่วไปได้เยอะ การหารอยรั่วที่เราหาไม่เจอนั้น ต้องอาศัยหลายๆ อย่าง อย่างแรกที่ต้องมีคือการคาดเดา แต่ไม่ใช่ว่าคาดเดาแบบมั่วๆ แล้วจะได้คำตอบ เราต้องมีการคาดเดาโอกาศการเกิดรอยรั่วอย่างมีความรู้ โดยรู้ว่าตำแหน่งใหนชอบเกิดรอยรั่วมากที่สุด

ตำแหน่งของรอยรั่วที่มักเกิดบ่อย ๆ ในตำแหน่งแรกที่ควรนึกถึง คือ บริเวณรอยเชื่อมท่อ บริเวณที่รอยเชื่อมอุดรอยเลื่อนเก่า ตำแหน่งบานแฟล์ เป็นตำแหน่งที่เราพบว่าเกิดโอกาศรั่วซ้ำๆ ได้บ่อยมากๆ อาจเกิดจากการที่มีช่างไม่ชำนาญการเชื่อมมาเชื่อตรงส่วนนี้

ตำแหน่งต่อมาที่ควรมาหารอยรั่วต่อ คือ เดือยตรงเซอร์วิสวาล์ว บริเวณตรงนี้มักเกิดรอยน้ำซึมได้เนื่องจากมีการขยับบ่อย โดยการขยับนี้อาจเกิดจากการที่มีการใช้เกจวัดน้ำยาอยู่บ่อยๆ หรือเกิดจากการตั้งใจของช่างแอร์เพื่อขยับเอง

นอกจากจะมีตำแหน่งยอดฮิตในการรั่วแล้วยังมีตำแหน่งการรั่วยอดฮิตของแต่ละยี่ห้ออีกด้วย แต่ข้อมูลตรงนี้ไม่สามารถที่จะมาหารอยรั่วได้โดยการเดาซะแล้ว เพราะข้อมูลตรงนี้ค่อนข้างจะใช้ประสบการณ์ที่ซ่อมแอร์มานานของช่างแอร์เท่านั้นที่จะรู้เรื่องเหล่านี้ไดเ เอาเป็นว่าถ้าหากแก้ไปหารอยรั่วตามที่กล่าวมาในตำแหน่งไม่เจอแล้วก็คงต้องตามช่างแอร์ผู้ชำนาญมาทำให้เสียแล้วล่ะ

การเกิดรอยรั่วที่ทำให้น้ำยาแอร์ไหลออกมานั้น เป็นผลให้น้ำยาแอร์นั้นหมดเร็ว เราก็ต้องคอยดู หากว่าพบว่าแอร์มีอาการเหล่านี้ก็ให้เริ่มทำการซ่อมแซมเสีย หากซ่อมเองไม่ได้ก็ควรที่จะตามช่างผู้ชำนาญในเรื่องการซ่อมแอร์มาช่วยซ่อมเสีย ข้อมูลที่ให้ไปเบื้องต้นก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาเพื่อหารอยรั่วในกรณีที่หาตำแหน่งของรอยรั่วไม่เจอแต่ก็เป็นเพียงขั้นต้นเท่านั้น หากพบว่าทำตามไม่สำเร็จช่างแอร์เขาจะมีวิธีที่ดีกว่าในการหารอยรั่วให้เจออย่างแน่นอน

Related posts: