Bandwidth หรือ แบนด์วิธ หมายถึง การวัดความเร็วการส่งข้อมูลของอินเทอร์เน็ต ซึ่งโดยส่วนมากเรามักวัดจากความเร็วของการส่งข้อมูลเป็น bps หรือชื่อเต็มเรียกว่า bit per second, Mbp  (bps*1000000) อาทิ เช่น Bandwidth ของการใช้สายโทรศัพท์ประเทศไทย เท่ากับ 14.4 Kbps, Bandwidth ของสายส่งข้อมูล KSC ที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับอเมริกาเท่ากับ 2 Mbps

 

Bandwidth คือ ความกว้างของคลื่นความถี่ หรือมีความกว้างของช่องทางในการ ส่ง-รับข้อมูล ส่วน Latency คือ เวลาที่ใช้ในการเข้าถึงข้อมูลของหน่วยความจำ เมื่อท่านทราบความหมายกันแล้ว คราวนี้มารู้จักถึงหลักการต่างๆ ของ Bandwidth และ Latency  ในการพิจารณารับ-ส่งข้อมูล บนระบบบัส หลายท่านมักจะนึกถึง Bus Bandwidth ที่ใช้ในการรับและส่งข้อมูล ซึ่งพิจารณาจากข้อมูลที่ รับ-ส่งในระบบบัส Bus Bandwidth ด้วยปริมาณจำนวนข้อมูลตัวเลข Single number (0 หรือ 1) ที่ระบบบัสจะสามารถรองรับได้ แต่ปริมาณข้อมูลของเลข Single number อาจผันแปรได้ตามเวลา ท่านจึงต้องพิจารณาการรับ-ส่ง ข้อมูลผ่านทาง Bus Bandwidth. และ Peak Bandwidth Bus เป็นความกว้าง สูงสุดในการ รับ-ส่งข้อมูลของบัส วัดด้วยจำนวนข้อมูลสูงสุดที่ รับ-ส่งกันในระหว่าง CPU และ RAM ภายในหนึ่งคาบเวลาจากความเร็วสัญญาณนาฬิการะหว่างหน่วยความจำ และ CPU ถ้าท่านมาคำนวณหา Bandwidth ของบัสมีความเร็วสัญญาณนาฬิการะหว่างหน่วยความจำ และ ตัวCPU ที่สัญญาณนาฬิกาจำนวน 100 เมกะเฮิรตซ์ โดยที่มีการรับ-ส่ง ข้อมูลจำนวน 8 ไบต์ในแต่ละ 1 รอบของสัญญาณนาฬิกา สามารถคำนวณ ออกมาได้ดังนี้ 8 bytes X 100 MHz = 800 MB/s และถ้าหากเราคำนวณหาจำนวน Bandwidth ของบัสมีความเร็วสัญญาณนาฬิการะหว่างหน่วยความจำและCPU  133 เมกะเฮิรตซ์ โดยที่มีการ รับ-ส่งข้อมูลจำนวน 8 ไบต์ในแต่ละ 1 รอบสัญญาณนาฬิกา จะคำนวณ ออกมาได้ดังต่อไปนี้ 8 bytes X 133 MHz = 1064 MB/s ซึ่งตัวเลข Bandwidth ที่จะได้นั้นเป็นพียงตัวเลขทางทฤษฎีที่บอกถึงปริมาณของข้อมูล ที่เข้าสู่ตัว CPU ในแต่ละวินาที ในความเป็นจริง Bandwidth ระบบจริงอาจมีค่าน้อยกว่าที่คำนวณเพียงเล็กน้อย

พูดง่ายๆก็คือ Bandwidth เหมือนช่องทางบนถนน หากมีช่องทางบนถนน 8 เลน ก็คือมี Bandwidth 8 เลนเช่นนั้นเองค่ะ

 

ปัจจุบันกล้องวงจรปิด CCTV ชนิด IP Camera นั้น ก็ถือว่าเป็นที่สนใจจากผู้คนที่มีต้องการความ ปลอดภัยและพึงเฝ้าระวังทรัพย์สินของตนเอง ซึ่งข้อดีของกล้องวงจรปิด  แบบ IP Camera มีอยู่หลายข้อเลยทีเดียว อย่างที่เคยยกตัวอย่างในบทความก่อนหน้านี้ค่ะ  ซึ่งสามารถติดต่อผ่านระบบเน็ตเวิร์ค โดยใช้แพ็กเก็ตแบบ IP ได้ จะทำให้สามารถดูผ่านเว็บไซต์ได้ทุกมุมโลก  ซึ่งมีความสามารถในการติดต่อกับ Internet ผ่านทาง PPP Connection ได้ด้วยตัวของตัวเอง โดยไม่ต้องง้อ ADSL Router นั่นเองค่ะ

เพราะฉะนั้นแล้ว ในการเลือกใช้ Switch จึงต้องเลือกแบบที่สามารถรองรับ Bandwidth ของข้อมูล ทั้งหมดได้เพียงพอ ตัวอย่างเช่น ระบบกล้องวงจรปิด แบบ IP Camera นั้น กล้องวงจรปิด CCTV ประเภทนี้ 1 ตัว จะต้องมีการส่งข้อมูลภาพอยู่ที่ 32kbps – 3Mbs ซึ่งก็จะต้องแล้วแต่คุณภาพของกล้องตัวนั้นด้วยนะคะ ว่าจะมีความละเอียดมากแค่ไหน โดยทั่วไปแล้วจะการบีบอัดข้อมูล แบบ Compression แบบ Mpeg4,H.264, H.263 จะต้องใช้ Bandwidth ประมาณ 2 Mbps เพราะฉะนั้น ถ้าในองค์กรท่านใช้กล้องทั้งหมดเกือบ 10 ตัว จะต้องใช้ Bandwidth อยู่ที่ประมาณ 20 Mbps เป็นอย่างน้อยตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง นอกจากนี้เรายังอาจจะต้องเผื่อ Bandwidth สำหรับระบบอื่นๆด้วยประมาณ 20% ของระบบกล้องวงจรปิด CCTV IP Camera ด้วยค่ะ

วันนี้เรื่องราวที่  กล้องวงจรปิดเชียงใหม่  ได้นำเสนอ เรื่องราวของ Bandwidth หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้รับความรู้เพิ่มเติมไม่มากก็น้อยนะคะ

Related posts: